รูปนี้เป็นการแสดงออกถึง หลักการทำงานของสมอง สมองคนเราแบ่งออกเป็นสองซีก แต่ละซีกมีหน้าที่ในตัวของมันเองดังที่จะเห็นได้ในรูปภาพ ตัวอย่างของการทำงานของสมองแต่ละซีกมีการทำงานดังนี้
สมองซีกซ้าย
- การเรียนรู้ระบบตัวเลข
- การรับรู้ด้านภาษา
- ตรรกะ และ เหตุผลต่างๆ
- หลักการวิทยาศาสตร์
- การวิเคราะห์เกี่ยวกับเวลา
- การเรียนคณิตศาสตร์คำนวณ
- การควบคุมแขนและขาด้านขวา
- ความคิดสร้างสรรค์
- การรับรู้สิ่งที่เป็นมิติแบบต่างๆ เช่น รับรู้ความลึก
- ความคิดทางด้านศิลปะ
- ความสามารถในการจินตนาการต่างๆ
- การมีอารมณ์ขัน
- ความสามารถทางด้านดนตรี
- การควบคุมแขนและขาด้านซ้าย
คราวนี้ เรามาว่าถึงเหตุผลว่าทำไมความฉลาดของเราถึงได้น้อยลง โดยส่วนใหญ่แล้ว พวกเราคนไทยถูกตีกรอบไว้ในสี่เหลี่ยมเล็กๆกรอบนึง กรอบที่ว่านี้ถูกล้อมรอบโดยสิ่งต่างๆเช่น หลักสูตรการเรียนของประเทศไทย, คุณครูบางท่านที่ไม่ได้มาตรฐาน, โรงเรียนต่างๆ, การเอนทรานต์ หรือ สอบ Admission และ อื่นๆ เนื่องด้วยความไม่ได้มาตรฐานของสิ่งๆต่างสมองของคนเราจึงเหมือนถูกมัดด้วยโซ่เอาไว้ ไม่ให้มีความเจริญเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น และเมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่เรียกว่า Axon ซึ่งเป็นเหมือนแขนขาที่จะทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลของ Neuron(เซลสมอง) แต่ละตัวก็จะหายไป ทำให้สมองไม่มีการพัฒนา และเป็นเหตุทำให้คนเราไม่ฉลาดนั่นเอง (เดี๋ยวผมจะนำบทความเกี่ยวกับการทำงานของNeuron(เซลสมอง) มาให้อ่านกันอีกที สำหรับท่านผู้ที่สนใจ)
แล้วเหตุผลอันใดที่เอามากล่าวว่า Axon เราจะหายไปเพราะกรอบสี่เหลี่ยมที่ครอบเอาไว้ คำตอบมีได้เยอะมาก แต่สิ่งที่ผมคิดว่าทุกๆคนสามารถเห็นได้ชัดเจนก็คือเรื่องการเรียนนั่นเอง ลองย้อนนึกกลับไปถึงอดีตขณะที่เราเป็นนักเรียนนักศึกษากันอยู่ บทเรียนต่างๆที่อยู่ในหนังสือเรียนนั้น มุ่งเน้นแต่จะให้คำจำกัดความของแต่ละคำ เช่น พืชใบเลี้ยงเดี่ยวเป็นยังไง พืชใบเลี้ยงคู่เป็นยังไง แต่ไม่ได้มีกระบวนการที่จะทำให้เรานำไปคิดและเชื่อมต่อความสัมพันธ์ กับความรู้เดิมที่มีอยู่ หรือ สิ่งจริงๆที่มีอยู่ในธรรมชาติเป็นต้น เรา(นักเรียน)ก็ได้แต่ท่องจำเพื่อนำไปใช้กับการสอบเท่านั้น และ ไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ และเมื่อขาดกระบวนการที่ว่านั้น สมองก็ไม่สามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่า Axon และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ต่างๆในสมองได้
reference:
- รูปภาพ ได้มาจากเวปไซต์ต่างๆผ่าน www.google.com -> image
- http://en.wikipedia.org/wiki/Neurons


